เมื่อมุ้งมิ้งมีพลังวิเศษ

April 18, 2010


เมื่อเธอเศร้ากับหลายเรื่องบนโลก

ฉันพาเธอมานั่งพัก

เมื่อความรู้สึกของเธอนิ่ง

ฉันจะให้เธอมองทุกอย่างผ่านสายตาของฉัน

เรื่องเศร้าของเธอจะไม่เศร้า

เพราะฉันมีพลังวิเศษ

 

เมื่อเธอเดินมาหาฉันด้วยความเหนื่อยล้า

ฉันจูงเธอมานั่งลงริมสระน้ำ

เอาเครปเค้กสามสิบห้าชั้นในกระเป๋าวิเศษใบยักษ์

และกุหลาบโซดาสูตรพิเศษของฉันให้เธอกิน

เผื่อเธอกินของหวานแล้วหายเหนื่อย

เผื่อฉันจะเห็นเธอยิ้มหวาน

 

เมื่อเธอเล่นของเล่นของเธออย่างสนุกสนาน

แต่ฉันเล่นของเล่นนั้นไม่เป็น

ฉันอาจจะเริ่มเหงา เพราะเธอไม่สนใจฉัน

แต่ไม่เป็นไร ฉันจะใช้พลังวิเศษทำให้ฉันไม่เหงา

ฉันจะเล่นของเล่นของฉันรอเธอไปโดยไม่บ่นซักคำก็ได้

รอจนเธอเล่นเบื่อ แล้วกลับมาเล่นกับฉัน

 

เมื่อเธอเหงาเวลาที่เราอยู่ไกลกัน

ฉันจะส่งข้อความ จดหมาย อีเมล์ รูปถ่าย เสียงของฉัน

ส่งทุกอย่างที่ฉันจะส่งไปได้

เผื่อเธอเห็นแล้วจะหายเหงา

แต่ในขณะเดียวกัน ทุกสิ่งที่ฉันส่งให้เธอ

ฉันก็แอบใส่พลัง “จงคิดถึงฉัน” ลงไปด้วย

เธอจะได้กลับมาหาฉันไวไว

 

เมื่อเธอสงสัยว่าฉันเขียนสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาทำไม

ขอให้รู้ว่านี่คือความคิดถึงของฉัน

บนโลกแห่งความเป็นจริง

ฉันเป็นเพียงมุ้งมิ้งธรรมดา

ฉันจะพิเศษได้ เมื่ออยู่ในโลกของเรา

และพลังวิเศษทั้งหลาย มันก็มาจากความรู้สึกของฉันที่มีให้เธอ

 

เขียนไปฉันก็เขิน
แต่ไม่เขียน ฉันอาจจะเฉา
เพราะนั่งเหงาอยู่ตรงนี้ก็ได้

 

แหะแหะแหะ ; ))


เมื่อมุ้งมิ้งคิดถึงบ้านหลังนี้ด้วยความเจ็บปวด..

April 10, 2010


ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เราฟังเพลง Home
เวอร์ชั่นของธีร์ ไชยเดชซ้ำอยู่หลายครั้ง
สลับการฟังข่าวสารจากวิทยุในตอนทำงาน
และฟังเพื่อนที่กำลังสับสนกับความรัก
บอกเล่าถึงเวลาไปในสถานที่ที่มีความทรงจำแล้วจะคิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาเสมอ..

เราชอบเดินเล่น..
การเดินเล่นไปเรื่อยเหมือนเป็นการสำรวจบ้านสเกลใหญ่ของเรา
เราเดินเล่นหลังจากเลิกเรียน
มองถนนกลางคืน
มองคนกลับบ้าน
มองหลายชีวิตที่ผ่านรอบตัว
มองเห็นความทุกข์ มองเห็นความสุข..
ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์เราจะลงจากรถไฟฟ้าและเดินไปเรื่อยๆ
เดินจนเหนื่อยแล้วนั่งพักในสวนสาธารณะหรือป้ายรถเมล์
การได้นั่งที่ป้ายรถเมล์โดยไม่ได้รอรถเมล์เป็นความสุขอย่างหนึ่งของเรา
เหมือนชีวิตตอนนั้นไม่ต้องรออะไร
พอหายเหนื่อยแล้วก็เดินต่อ
 
ในสวนสาธารณะ
เราได้ดูชีวิตคนที่พักผ่อนอย่างเป็นสุข
บางครั้งถึงเราจะผิดหวังกับเรื่องอะไรมา
แต่การได้เห็นความสุขของคนอื่น
ได้นั่งพักหลังจากการเดินยาวนาน
ก็ทำให้เรามีความสุขขึ้นไม่น้อย
 
เกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เรายังคงทำการสำรวจบ้านของเรา
แต่เราเดินไม่สนุกเหมือนเคย..
เราพบเจอความเหนื่อยล้า
เราเห็นรอยยิ้มกับความหวังที่แห้งแล้งเต็มที
เราเห็นความสงสัย
เราเห็นความทุกข์
เราเห็นความเจ็บปวดอยู่รายรอบบ้านหลังนี้เต็มไปหมด
ทุกความรู้สึกมันเริ่มซึมเข้าไปในใจ
ทับกับภาพความสุขที่เราเคยได้จากสถานที่เหล่านั้น
 
เรานึกถึงการเดินเล่นครั้งนึงของเราในงานสตรีทโชว์ที่สวนลุม
มีการแสดงต่อเก้าอี้ขึ้นไปเรื่อยๆ พร้อมการทรงตัวของนักกายกรรม
เราว่าสถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่ต่าง   ทั้งสองฝ่ายยืนต่ออยู่ข้างกัน
ต่างหยิบข้าวของภายในบ้านมาต่อเพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการของตัวเอง
โดยอาจลืมไปว่าเราทรงตัวกันบนความเสี่ยง
เมื่อแบ่งเป็นสอง สุดท้ายต้องมีฝ่ายหนึ่งที่ยังคงทรงตัวได้นานกว่า
คำถามของเราคือสุดท้ายแล้วถ้าฝ่ายใดพลาดพลั้ง
หล่นลงมาด้วยความเจ็บปวดท่ามกลางข้าวของภายในบ้าน
อีกฝ่ายที่ยังคงทรงตัว
มองลงมาแล้วจะรู้สึกอย่างไร

เราไม่เข้าใจคำว่าอุดมการณ์หรือความต้องการว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน
เราไม่แน่ใจว่าที่เห็นและเป็นอยู่คืออุดมการณ์หรืออะไร
ถ้าต้องสูญเสียเพื่อได้มา
เมื่อได้มาแล้วเราจะถือมันไว้ด้วยความสุขรึเปล่า

แม้ความหวังของเราตอนนี้จะเป็นไปได้ยากแต่เราก็ยัง
อยากจะหวังให้คนในบ้านหลังนี้ได้กลับลงมาจากการทรงตัวนั้น..
 

เมื่อมุ้งมิ้งเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง..

April 5, 2010

เราสงสัย,  เราไม่เข้าใจ, เราคิด และลองเขียน

คอลัมน์แรกใน a rai magazine ของเรา

ชื่อเรื่องและภาพ

ถ้าว่างๆ ก้ออยากให้ลองอ่านดู : ))

ฉันคือมิ้ง

ฉันไม่รู้ว่ายุบสภาแล้วหลายคนจะมีความสุข

มีรอยยิ้มบนหน้า  กลับมาสนุกสนานได้หรือไม่

ฉันไม่รู้ว่าหากยังไม่ยุบสภาจะเกิดอะไรขึ้น

ฉันไม่แน่ใจว่าการเรียกร้องประชาธิปไตย

ที่หลายคนเรียกร้องกันหมายถึงอะไร

ถ้ายุบสภา  ฝ่ายหนึ่งถูกเลือกขึ้นมาอีกฝ่ายที่

ไม่ชอบใจก้อจะเริ่มงัดเคล็ดลับวิชาออกมาใช้ต่อต้าน

การไม่ยอมรับเสียงข้างมากเรียกว่าประชาธิปไตยรึเปล่า

ฉันไม่แน่ใจ อาจเป็นประชาธิปไตยสบายสบายแบบไทย

ฉันเหมือนจะแน่ใจนิดหน่อยว่าไม่มีใครทำเพื่อชาติ

ฉันไม่เข้าใจทำไมคนที่มีโอกาสเรียนมาสูงกว่าต้องดูถูก

คนที่มีโอกาสน้อยกว่าด้วยถ้อยคำที่ไม่เคยถูกสอนในชั้นเรียน

ฉันเสียใจที่ต้องเห็นคนที่ไม่เคยเกลียดกันมาก่อน

ต้องทำร้ายกันเพียงเพราะคิดไม่ตรงกัน

ฉันแค่สงสัย..

ฉันไม่ชอบใจที่รถติด

แต่ฉันก้อยังเดินทางไปที่ที่ฉันอยากไปได้

ฉันเดินเล่นไปหาเพื่อนของฉัน

ระหว่างทางฉันสงสัยหลายคำถาม

ฉันออกค้นหาคำตอบ

แต่ฉันไม่รู้ว่าที่ใครพูดเป็นความจริง

ฉันสงสัยว่าที่ทุกคนบอก  ใครรู้ความจริงบ้าง

ฉันเจอผู้คน ฉันยิ้มให้เขาไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร

ฉันหวังว่ายิ้มจะเป็นการกางร่มให้ใจที่กำลังร้อนได้

ฉันสลับการฟังวิทยุไปมา

ฉันอ่านอีเมล์ด่าทอที่เพื่อนส่งมาให้

ฉันฟังทุกคนพูด

ฉันพยายามทำความเข้าใจ

แต่ฉันก้อยังไม่ได้คำตอบที่ฉันอยากรู้

“ฉันแค่สงสัยว่าในวันที่แดดมันร้อน

…  เราจะยิ่งทำตัวให้ร้อนกันไปทำไม

p.s.   http://www.facebook.com/photo.php?pid=5426080&id=520444936

http://www.facebook.com/mmmmink

เราไม่รู้ว่า…ควรใส่ใจ

January 31, 2010
เราไม่รู้ว่า วันทั้งวัน คนๆนั้นเจออะไรมาบ้าง

เราไม่รู้ว่า คนๆนั้นมีอะไรอยู่ในใจ

เราไม่รู้ว่า คนๆนั้นไม่พอใจอะไรหรือเปล่า

เราไม่รู้ว่า คำพูดของหลายๆคนที่ผ่านมา ทำร้ายจิตใจเค้าหรือเปล่า

เราไม่รู้ว่า คนๆนั้นถูกตำหนิอะไรมารึเปล่า

เราไม่รู้ว่า สถานการณ์ชีวิตของคนๆนั้น น่าลำบากใจแค่ไหน

เราไม่รู้ว่า ที่ผ่านมา คนๆนั้นแบกรับอะไรไว้บ้าง

เราไม่รู้ว่า เราเองได้ทำอะไรไม่ดีกับเขาไว้รึเปล่า

เราไม่รู้ว่า เราทำร้ายจิตใจเขาไว้เท่าไร

เราไม่รู้ว่า ผลของการกระทำที่ผ่านมา อาจไม่ถูกแสดงออก

เพราะ เราอาจไม่รู้อะไรบางอย่าง

เพราะ คนๆนั้น อาจจะยิ้มรับสิ่งต่างๆได้ตลอด

เพราะ คนๆนั้น อาจดูเหมือนไม่สนใจอะไร

เพราะ คนๆนั้น อาจไม่ได้บอกอะไรคุณ

ดังนั้น จงใส่ใจกับคนที่อยู่ตรงหน้าคุณด้วยความจริงใจ

ทำให้รู้ว่า คุณอยากจะมอบสิ่งดีๆให้ด้วยความเต็มใจ

เพราะ ทุกคนมีค่าคู่ควรแก่การใส่ใจ

เพราะ ทุกคนมีค่าคู่ควรกับการได้รับสิ่งดีๆ


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.