ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เราฟังเพลง Home
เวอร์ชั่นของธีร์ ไชยเดชซ้ำอยู่หลายครั้ง
สลับการฟังข่าวสารจากวิทยุในตอนทำงาน
และฟังเพื่อนที่กำลังสับสนกับความรัก
บอกเล่าถึงเวลาไปในสถานที่ที่มีความทรงจำแล้วจะคิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาเสมอ..
เราชอบเดินเล่น..
การเดินเล่นไปเรื่อยเหมือนเป็นการสำรวจบ้านสเกลใหญ่ของเรา
เราเดินเล่นหลังจากเลิกเรียน
มองถนนกลางคืน
มองคนกลับบ้าน
มองหลายชีวิตที่ผ่านรอบตัว
มองเห็นความทุกข์ มองเห็นความสุข..
ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์เราจะลงจากรถไฟฟ้าและเดินไปเรื่อยๆ
เดินจนเหนื่อยแล้วนั่งพักในสวนสาธารณะหรือป้ายรถเมล์
การได้นั่งที่ป้ายรถเมล์โดยไม่ได้รอรถเมล์เป็นความสุขอย่างหนึ่งของเรา
เหมือนชีวิตตอนนั้นไม่ต้องรออะไร
พอหายเหนื่อยแล้วก็เดินต่อ
ในสวนสาธารณะ
เราได้ดูชีวิตคนที่พักผ่อนอย่างเป็นสุข
บางครั้งถึงเราจะผิดหวังกับเรื่องอะไรมา
แต่การได้เห็นความสุขของคนอื่น
ได้นั่งพักหลังจากการเดินยาวนาน
ก็ทำให้เรามีความสุขขึ้นไม่น้อย
เกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เรายังคงทำการสำรวจบ้านของเรา
แต่เราเดินไม่สนุกเหมือนเคย..
เราพบเจอความเหนื่อยล้า
เราเห็นรอยยิ้มกับความหวังที่แห้งแล้งเต็มที
เราเห็นความสงสัย
เราเห็นความทุกข์
เราเห็นความเจ็บปวดอยู่รายรอบบ้านหลังนี้เต็มไปหมด
ทุกความรู้สึกมันเริ่มซึมเข้าไปในใจ
ทับกับภาพความสุขที่เราเคยได้จากสถานที่เหล่านั้น
เรานึกถึงการเดินเล่นครั้งนึงของเราในงานสตรีทโชว์ที่สวนลุม
มีการแสดงต่อเก้าอี้ขึ้นไปเรื่อยๆ พร้อมการทรงตัวของนักกายกรรม
เราว่าสถานการณ์ตอนนี้ก็ไม่ต่าง ทั้งสองฝ่ายยืนต่ออยู่ข้างกัน
ต่างหยิบข้าวของภายในบ้านมาต่อเพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการของตัวเอง
โดยอาจลืมไปว่าเราทรงตัวกันบนความเสี่ยง
เมื่อแบ่งเป็นสอง สุดท้ายต้องมีฝ่ายหนึ่งที่ยังคงทรงตัวได้นานกว่า
คำถามของเราคือสุดท้ายแล้วถ้าฝ่ายใดพลาดพลั้ง
หล่นลงมาด้วยความเจ็บปวดท่ามกลางข้าวของภายในบ้าน
อีกฝ่ายที่ยังคงทรงตัว
มองลงมาแล้วจะรู้สึกอย่างไร
เราไม่เข้าใจคำว่าอุดมการณ์หรือความต้องการว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน
เราไม่แน่ใจว่าที่เห็นและเป็นอยู่คืออุดมการณ์หรืออะไร
ถ้าต้องสูญเสียเพื่อได้มา
เมื่อได้มาแล้วเราจะถือมันไว้ด้วยความสุขรึเปล่า
แม้ความหวังของเราตอนนี้จะเป็นไปได้ยากแต่เราก็ยัง
อยากจะหวังให้คนในบ้านหลังนี้ได้กลับลงมาจากการทรงตัวนั้น..
Advertisement
